| แฟ้มประวัติ*.*My Life สิงห์มือซ้ายรูปถ่ายบล็อกรายการ |
ชีวิตอิสระที่ไหน ๆ ก็ไปมาแล้ว วันนี้ขอพาไปชมบรรยากาศหน้าห้องขังดีกว่า
หนุ่มสามคนถูกศาลตัดสินลงโทษ ๒๐ ปีเหมือนกัน โดนข้อหาอะไร คนเล่าไม่ได้บอก แต่ก่อนแยกเข้าห้องขังเดี่ยว ผู้คุมอนุญาตให้แต่ละคนเอาของติดตัวไปได้อย่างเดียว คนแรกขอหนังสือ คนที่สองขอพระพุทธรูป ส่วนคนที่สามขอบุหรี่ ๒๐ ลัง ๒๐ ปีผ่านไป…เมื่อประตูคุกเปิดออก ชายคนแรกออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บอกกับผู้คุมว่า "ผมจะไปเป็นทนายความแล้วครับ ขอบคุณที่ให้ตำรากฎหมายผมไปศึกษาจนทะลุปรุโปร่ง" ส่วนคนที่สองก็ก้าวออกจากห้องขังอย่างสำรวม "ผมตัดสินใจจะไปบวชพระ ส่วนพระพุทธรูปในห้องขัง ผมขอมอบแก่เรือนจำ" ไม่นานคนที่สามก็เดินออกมา สีหน้าบูดบึ้งราวกับไม่ได้ถ่ายมานาน "ผู้คุม ขอไม้ขีดไฟด้วย เร็ว ๆ หน่อย" ที่จริงก็หน้าเห็นใจมาก ๆ อุตส่าห์ขนบุหรี่ไปถึง ๒๐ ลัง แต่ไม่มีไฟแช็กหรือไม้ขีดไฟเลย สิงห์อมควันที่ไหนเจอแบบนี้ก็แย่ทั้งนั้น แต่ตอนนี้วางความสงสารเอาไว้ข้าง ๆ มาดูว่าเรื่องข้างบนนี้บอกอะไรเราบ้าง นิทานเรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึง ความแตกต่างของคนสามประเภท ประเภทแรกเป็นคนใฝ่รู้ ประเภทที่สองเป็นคนสนใจศาสนา ส่วนคนประเภทสุดท้ายเป็นคนติดบุหรี่ ทั้งคนใฝ่รู้และสนใจศาสนา ชีวิตไม่ต้องการอะไรมาก ขอเพียงแค่สิ่งของอย่างเดียวชีวิตก็เป็นสุข ส่วนคนสุดท้ายนั้น ชีวิตกลับยุ่งยากมากกว่า จะไปไหนต้องแบกของพะรุงพะรัง ถ้าเกิดเอาของไปไม่ครบก็วุ่นวาย ได้บุหรี่แล้วยังไม่พอ ต้องมีไม้ขีดไฟหรือไฟแช็กอีก ได้ไฟแช็กแล้วแต่ไม่มีแก๊ซก็เกิดเรื่องอีก นี่ดีนะที่อยู่ในคุก หากไปที่อื่นก็อาจต้องการจานรองบุหรี่หรือที่เก็บเถ้าบุหรี่ด้วย สองคนแรกนั้น เวลา ๒๐ ปีผ่านไปแบบไม่สูญเปล่า สามารถพัฒนาฝึกฝนตนให้มีอนาคตรุ่งโรจน์ ส่วนคนสุดท้ายจมปลักอยู่กับความหม่นหมองทุกข์ระทม เพียงเพราะขาดไม้ขีดไฟเท่านั้น ชีวิตของคนที่สาม เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ไร้อิสระทั้งกายและใจ ใจนั้นอยู่ในอำนาจของไม้ขีดไฟแบบเต็มร้อย ความจริงนิทานเรื่องนี้ไม่ได้เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนติดบุหรี่เท่านั้น ถ้ามองให้ลึก ๆ ยังเป็นคติสอนใจคนที่ติดวัตถุอีกด้วย ถึงไม่ติดบุหรี่ หากติดวัตถุอื่น เช่น วิดีโอ เครื่องเสียง เครื่องประดับ อาหาร ฯลฯ ก็คงจะทุกข์แบบเดียวกับคนที่สาม เพราะได้รับอนุญาตให้เอาของไปได้ชิ้นเดียว ขณะที่ความสุขจากวัตถุเหล่านั้นต้องการอุปกรณ์หลายอย่าง คนที่ติดรสชาติ วัตถุดังกล่าว ไปไหนมาไหนจึงวุ่นวายพอ ๆ กับคนติดบุหรี่ ไปวัดก็ไม่เป็นสุข แม้จะไปเที่ยวเกาะเที่ยวป่า ก็ต้องขนของไปจนพะรุงพะรัง แล้วถ้าเกิดเอาไปไม่ครบ ก็หน้าบูดบึ้งโวยวายตามสูตร ลองสังเกตเวลาไปแคมปิ้ง จะทำราวกับขนบ้านไปทั้งหลังเลย เที่ยวอย่างนี้จะสนุกอย่างไร ขนาดไปเที่ยวยังไม่สนุกก็ติดโน่นติดนี่ แล้วชีวิตประจำวันจะอึดอัดแค่ไหน ก็คงนึกออก ชีวิตที่ติดวัตถุจึงเป็นชีวิตที่หนักอึ้งเหมือนแบกหินไว้ตลอดเวลา เพราะวัตถุต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่จะได้มาฟรี ๆ ต้องขวนขวายแบกหา บางทีหาด้วยเล่ห์ไม่ได้ ก็ต้องเอาด้วยกล ชีวิตก็เลยยอกย้อนซ่อนกลเข้าไปใหญ่ ถ้าอยากมีชีวิตเบาสบาย เคล็ดลับมีนิดเดียว คือ คลายความหลงใหลติดยึดในวัตถุเสีย ก็ไม่มีเรื่องให้ต้องซิกแซ็กวุ่นวายหรือกังวลใจ ครั้งหนึ่ง ขุนนางผู้มั่งคั่งไปหาเพื่อนผู้หนึ่งที่บ้าน เห็นเขากำลังกินถั่วฝักยาวเป็นอาหารเย็นพอดี จึงพูดขึ้นว่า "ถ้าคุณรู้จักประจบสอพลอกษัตริย์เสียบ้าง ก็คงไม่ต้องประทังชีวิตด้วยถั่วฝักยาวหรอก" เพื่อนผู้สมถะจึงย้อนว่า "ถ้ารู้จักประทังชีวิตด้วยถั่วฝักยาวละก็ คงไม่ต้องประจบสอพลอกษัตริย์หรอก" ถ้าหลงใหลอาหารฮ่องเต้ ชีวิตก็ยุ่งยาก แต่ถ้าเมินอาหารฮ่องเต้ได้ ชีวิตก็ง่ายขึ้นเยอะ จริงไหม ข้อคิดเห็นในการเพิ่มข้อคิดเห็น ให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Windows Live ID ของคุณ (หากคุณใช้ Hotmail, Messenger หรือ Xbox LIVE คุณมี Windows Live ID อยู่แล้ว) ลงชื่อเข้าใช้ หากยังไม่มี Windows Live ID ลงทะเบียน การติดตามข้อมูลURL การติดตามข้อมูลสำหรับข้อมูลนี้คือ: http://98540796.spaces.live.com/blog/cns!61B4A0BC76A849B6!1480.trak เว็บล็อกที่อ้างอิงข้อมูลนี้
|
|
|